goodstory

Good story

สดุดี 23 ในมุมมองคนเลี้ยงแกะ

สดุดี 23 ในมุมมองของผู้เลี้ยงแกะในดินแดนปาเลสไตน์

“ชาโลม...สันติภาพจงมีแก่เพื่อนๆ ทุกคน”
ผมชื่อ เยชูวา เบน โยเซฟ ผมมาจากดินแดนเก่าแก่ที่ชื่อว่าปาเลสไตน์ และมีอาชีพที่ต่ำต้อย คือเป็นผู้เลี้ยงแกะ
ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับอนุญาตให้มาพูดกับพวกคุณในวันนี้
พวกคุณทราบดีว่า  ในประเทศของผม อาชีพนี้ไม่ค่อยมีคนนิยมชมชอบนัก  
สำหรับเพื่อนร่วมชาติส่วนใหญ่ของผมนั้น มันเป็นงานที่ต้องหลีกหนีให้ไกลห่าง
เพราะมีชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน  งานก็สกปรกและเหน็ดเหนื่อยยิ่ง
คุณน่าจะได้มาเห็นเท้าที่ด้านหนาของผม  และค่าแรงก็...เฮ้อ!!
อยากจะบอกว่าคุณจะไม่มีวันร่ำรวยด้วยการเลี้ยงแกะเป็นอาชีพหรอก ผมเรียนรู้อาชีพนี้จากพ่อของผม
และผมก็สานต่ออาชีพนี้อันถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของครอบครัว

ศิษยาภิบาลของคุณคิดว่า การให้ผมมาพูดเกี่ยวกับอาชีพที่ต่ำต้อยของผมให้คุณฟังในวันนี้
จะเป็นประโยชน์ต่อพวกคุณ  จริงๆ แล้วผมไม่แน่ใจว่าผู้เล็กน้อยอย่างผมจะมาสอนคุณได้หรือเปล่า แต่ผมจะเล่าทุกสิ่งที่ผมรู้ให้คุณฟัง

คุณรู้หรือไม่ว่าในพระคัมภีร์ไบเบิลที่คุณอ่านนั้น
พระเจ้าตรัสถึงประชากรของพระองค์ซึ่งก็คือคุณกับผมว่าเป็น “แกะ” ถึงเกือบสองร้อยครั้ง
คุณอาจจะไม่เคยพิจารณาถึงความสำคัญของการเปรียบเทียบนั้น
แต่เพราะว่าผมทำงานกับฝูงแกะทั้งวันทั้งคืน ให้ผมเล่าให้คุณฟังว่า

การถูกเรียกว่า เป็น “แกะ” นั้นไม่ได้เป็นการยกย่องชมเชยเลย
ทำไมไม่เรียกว่านกอินทรีย์ที่สง่าผ่าเผย รวดเร็วว่องไว และงดงามล่ะ
เปล่า...พระเจ้าทรงเรียกพวกเราว่าเป็นแกะของพระองค์ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นสัตว์ที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะ
แต่การถูกนำไปเปรียบเทียบกับพวกมันนั้นกลับกลายเป็นการดูหมิ่น บางทีแกะอาจจะเป็นสัตว์ที่โง่เขลาที่สุดในโลก
พวกคุณเคยเห็นแกะที่ถูกฝึกเพื่อแสดงละครสัตว์ไหม?
คุณจะเห็นพวกช้าง ม้า หมี แมวน้ำ และแม้แต่ฮิปโปในคณะละครสัตว์ แต่ไม่ใช่แกะ
เพราะพวกมันโง่เกินกว่าจะถูกนำมาฝึกได้ แล้วมันยังสกปรกอีกด้วย

ขนแกะที่คุณเห็นในรูปเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มนั้นได้รับการชำระล้างให้สะอาดแล้ว
ขนแกะที่อ่อนนุ่มเป็นปุยไม่ได้ขาวสะอาดอย่างที่คุณเห็นในจอทีวีหรอกนะครับ
เพราะแกะจะไม่มีวัน และจะไม่สามารถทำความสะอาดขนของมันเองได้
พวกผู้เลี้ยงแกะหรือคนงานถูกจ้างมาให้ทำความสะอาดขนมันต่างหาก 
ไม่เพียงแต่มันจะโง่ทึ่มและสกปรกแล้ว มันยังป้องกันตัวเองไม่ได้อย่างสิ้นเชิงด้วย
พวกมันไม่มีอุ้งเล็บ ไม่มีเขี้ยว และก็ไม่มีปีก พวกมันวิ่งได้ไม่เร็ว อีกทั้งก็ไม่สามารถทำให้ศัตรูกลัวและหนีไป
เพราะมันไม่มีทั้งเสียงคำรามกึกก้องหรือการปล่อยกลิ่นที่เป็นพิษใส่สัตว์กินเนื้อได้
ทั้งหมดที่มันทำได้ก็คือการส่งเสียงร้องอย่างแกะ

แกะต้องพึ่งพาผู้เลี้ยงอย่างสิ้นเชิง ชีวิตและความผาสุกของมันขึ้นอยู่กับคนที่คอยดูแลพวกมันในแต่ละวัน  
ถ้าพระเจ้าทรงเรียกพวกเราว่าเป็นแกะของพระองค์ ผมก็อยากรู้ว่าพระองค์กำลังทรงพยายามจะตรัสอะไร?
บางทีคุณอาจจะเข้าใจพระเจ้าดีขึ้นเล็กน้อยถ้าคุณไปเลี้ยงแกะกับผมสักวันหนึ่ง
มาเรียนรู้การเลี้ยงแกะกับผมกันเถอะครับ...

เราเริ่มงานแต่เช้าก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นงานของผมคือหาอาหารกับน้ำให้แกะของผม
ซึ่งไม่ใช่งานง่ายๆ เลย คุณรู้ดีว่าในประเทศของผมนั้นผืนดินแห้งแล้ง
เราไม่มีทุ่งหญ้าเขียวขจีกว้างใหญ่อย่างที่ฝูงแกะกับบรรดาปศุสัตว์ของคุณ
พวกคุณเพียงแต่ปล่อยสัตว์เหล่านั้นให้ออกไปหาอาหารกินได้อย่างสบาย
แต่ไม่ใช่ในประเทศของผม ไม่เลย เพราะหญ้าจะหาได้เฉพาะในทางแคบๆ
ซึ่งคั่นด้วยแนวหินยาวๆ ที่เต็มด้วยฝุ่น เว้นแต่ในช่วงฤดูฝน
น้ำที่เกิดจากน้ำพุหรือบ่อน้ำธรรมชาติจะแผ่กระจายเป็นหย่อมๆ

ดังนั้นบางครั้งผมจึงต้องนำฝูงแกะของผมเดินไปเป็นระยะทางหลายไมล์
เพื่อจะได้เจอหญ้าในบริเวณเพียงสองสามหลาหรือเพื่อจะดื่มน้ำอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้เองที่เราต้องตื่นแต่เช้ามืด
เพราะต้องใช้เวลาทั้งวันที่จะหาแหล่งน้ำและอาหารให้ฝูงแกะ ผมรู้จักบริเวณที่ผมเลี้ยงแกะเป็นอย่างดี
ผมได้เดินสำรวจบริเวณเหล่านี้ทุกตารางฟุตมาหลายครั้งหลายหนแล้ว
ดังนั้นผมจึงสามารถนำแกะของผมออกเดินหาน้ำหาอาหารกินได้

คุณอาจจะนึกภาพว่าการเลี้ยงแกะนั้นเหมือนกับคนต้อนฝูงสัตว์ในหนังคาวบอย
พวกเขาจะขี่ม้าและต้อนฝูงสัตว์อยู่ข้างหลัง
เพื่อทำให้บรรดาสัตว์เหล่านั้นเดินไปข้างหน้า แต่การเลี้ยงแกะแตกต่างจากนั้น
คือผมต้องเดินอยู่ข้างหน้าฝูงแกะและพวกมันก็เดินตามผม
ไม่ว่าผมจะไปที่ไหน พวกมันก็จะตามผมไป
และถ้าผมไม่คุ้นเคยหรือไม่รู้จักภูมิประเทศดี
หรือพวกแกะถูกทิ้งไว้ตามลำพัง พวกมันก็จะอดตาย
ผมจึงต้องเป็นผู้นำมัน ผมรู้ว่ามีหญ้าอยู่ที่ไหนบ้างเพราะผมไปสำรวจมาก่อนแล้ว
เราใช้เวลาตลอดช่วงเช้าในการเดินทางจากทุ่งหญ้าหนึ่งไปยังอีกทุ่งหญ้าหนึ่ง
พอถึงเที่ยงวัน แกะก็จะเหนื่อยและหิวน้ำ
พวกมันต้องการอาหารและน้ำไม่อย่างนั้นก็ต้องตาย
ตามทางที่ผมพาแกะไปนั้น ผมรู้จักแหล่งน้ำหลายแหล่ง
ตามสถานที่เหล่านี้จะมีร่มเงาและทุ่งหญ้าเขียวชอุ่มสำหรับให้แกะกินและพักผ่อน
ผมให้พวกมันนอนลงเพื่อดื่มน้ำ

พูดถึงตอนนี้ คุณรู้ไหมว่าแกะจะดื่มน้ำจากแอ่งหรือบ่อน้ำนิ่งเท่านั้น
โดยธรรมชาติแล้ว พวกมันกลัวบริเวณที่น้ำไหลอย่างรวดเร็ว
และความกลัวของมันก็มีเหตุผล เพราะถ้าแกะลื่นตกลงไปในแม่น้ำหรือลำธาร
ขนของมันจะอมน้ำจนเปียกโชก และแกะก็ว่ายน้ำไม่เก่งด้วย
ดังนั้นน้ำหนักขนที่ชุ่มน้ำจะทำให้มันจมน้ำตาย
นั่นเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมแอ่งน้ำจึงต้องสงบหรือไหลช้าๆ ถ้าผมไม่สามารถหาแหล่งน้ำเช่นนั้นได้
ผมก็ต้องสร้างบ่อน้ำขึ้นมาเองแล้วผันน้ำจากลำธารเข้ามา
ตอนนี้คุณกำลังเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าการเลี้ยงแกะนั้นยากลำบากเพียงไร

แกะของผมจะมีความสุขและมีทุกสิ่งที่พวกมันต้องการตราบใดที่มันเดินตามผม
ผมจะนำมันไปตามหนทางเก่าๆ ที่ผมรู้ดีว่าจะหาอาหารและน้ำให้มันกินได้
พวกมันต้องการการนำทางจากผม แกะของผมต้องการการปกป้องคุ้มครองด้วยเช่นกัน
ผืนดินที่เราออกเดินไปนั้นเต็มไปด้วยอันตราย สัตว์กินเนื้อจำพวกสิงโตและหมีมักจะไล่ตามฝูงแกะ บางครั้งก็จะมีฝูงสุนัขป่ามาก่อกวน และพืชบางชนิดที่ดูเหมือนปลอดภัยและมีรสชาติอร่อยลิ้น ก็อาจมีพิษได้
แกะอาจจะเดินสะดุดตกหน้าผาหรือตกลงไปในหุบเขาลึกและตายได้
แต่แกะของผมไม่จำเป็นต้องกลัวอันตรายใดๆ ผมจะเฝ้าระวังพวกมัน

ถ้ามันเริ่มจะเตร่ออกนอกทาง ผมก็จะมีไม้เท้าของผู้เลี้ยงที่จะกระทุ้งให้มันกลับมา ถ้าพวกมันตกลงไปในหลุมหรือห้วยลึก
ผมก็จะใช้อีกด้านหนึ่งของไม้เท้าหย่อนลงไปแล้วดึงมันขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย
ผมถือไม้สองอัน อันหนึ่งเป็นไม้เท้า แต่อีกอันหนึ่งเป็นไม้กระบอง
ไม้เท้าใช้สำหรับแกะของผม  แต่กระบองใช้สำหรับพวกสัตว์ล่าเหยื่อทั้งหลาย

แม้ว่าแกะของผมจะโง่และทึ่ม แต่ผมก็ผูกพันกับพวกมัน
ผมจะต่อสู้อย่างเต็มที่เพื่อรักษาชีวิตของพวกมัน แต่เมื่อคนเลี้ยงแกะกับพวกคนงาน
ที่ถูกจ้างมาเลี้ยงแกะที่ผมรู้จัก ได้เห็นผมต่อสู้กับสัตว์ล่าเนื้อตัวโตสองสามตัวนั้น พวกเขาก็หัวเราะและพูดแหย่ว่า
สักวันหนึ่งไอ้พวกสิงโตและหมีตัวใดตัวหนึ่งนั้นจะต้องกินผมเป็นอาหารแน่ นั่นอาจจะจริง แต่ผมก็บอกพวกคุณได้ว่าผมจะไม่วิ่งหนีหรือเพิกเฉยเหมือนกับพวกขี้ขลาดเหล่านั้นหรอก ไม่เลย...
เพราะนั่นคือความแตกต่างระหว่างผู้เลี้ยงที่ดีและผู้เลี้ยงที่ไม่ดี
ผู้เลี้ยงที่ดีจะสละชีวิตของตนเพื่อฝูงแกะ ตราบใดที่พวกแกะเดินตามผม
ผมก็จะนำพามันและปกป้องคุ้มครองมัน มันเป็นงานที่หนักและลำบาก

และผมก็มักต้องทำให้แน่ใจว่าแกะของผมมีอาหารกิน
ผมมักจะตรวจสอบทุ่งหญ้าเหล่านั้นก่อนที่จะปล่อยให้มันไปกิน
และถ้ามีพืชที่เป็นพิษในบริเวณนั้น ผมก็จะถอนมันออกทีละต้นจนหมด
ผมจะตรวจดูพื้นดินว่ามีรูงูหรือเปล่าด้วย
ผมบอกคุณได้ว่าในดินแดนของผมนั้นมีอันตรายรอบด้าน
เรามีงูพิษตัวเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ใต้ดินในทุ่งหญ้าบางแห่ง
เมื่อพวกมันรู้สึกว่ามีแกะมากินหญ้า มันก็จะโผล่หัวอันน่าเกลียดออกมาจากรูและกัดจมูกแกะ
การติดเชื้อหรือพิษที่เกิดจากการถูกกัดสามารถทำให้พวกแกะตายได้
แต่ผมก็มีทางแก้สำหรับเจ้างูพิษชั่วร้ายตัวเล็กๆ เหล่านั้น
โดยผมจะเดินไปทั่วบริเวณเพื่อหารูงูเหล่านั้น
ถ้าผมพบ ผมก็จะเทน้ำมันมะกอกเพียงเล็กน้อยลงไปตรงปากรู
แล้วผมก็จะเอาน้ำมันทาตรงหัวและจมูกของแกะแต่ละตัว
แล้วปล่อยให้พวกมันกินหญ้า
น้ำมันมะกอกจะป้องกันลำตัวที่เนียนเป็นมันของงู
ไม่ให้เลื้อยขึ้นมาจากรูได้
ดังนั้น พวกมันจึงไม่สามารถทำอันตรายแกะของผมได้
ผมรู้สึกขำที่เฝ้ามองลูกแกะตัวน้อยๆ ของผมกำลังปิกนิกกันต่อหน้าต่อตาศัตรูของพวกมัน

พอตกเย็นเราก็พากันกลับคอก ผมจะสำรวจแกะแต่ละตัว ถ้าผมพบรอยข่วนหรือบาดแผลบนตัวแกะ ผมก็จะทาขี้ผึ้งให้
ผมต้องให้แน่ใจว่าพวกมันมีน้ำกิน ถ้าผมพบว่าแกะตัวใดหิวน้ำ ผมก็จะทำถังรูปถ้วยใส่น้ำให้มันดื่มเอง
บางครั้งแกะเหล่านั้นจะกระหายน้ำมากจนพวกมันยื่นหัวเข้าไปในถังอย่างเร็วเกิน
และยื่นหัวเข้าไปมากจนน้ำล้นออกมาจนทำให้หัวมันเปียก

ก่อนเข้านอน ผมก็มักจะนับแกะในฝูงของผม บางครั้งบางคราวจะมีลูกแกะสักตัวหลงทาง
และไม่มีสิ่งใดน่ากลัวเกินกว่าการที่แกะไม่มีผู้เลี้ยง ผมก็จะออกไปตามหาทันทีและนำมันกลับเข้าคอก
นานๆ ครั้งที่ลูกแกะของผมสักตัวจะมีนิสัยชอบเตร็ดเตร่ออกนอกเส้นทาง

ผมจำตัวหนึ่งได้ ผมตั้งชื่อให้มันว่า เจ๊ค บรรพบุรุษของเจ๊คเป็นแกะรุ่นแรกๆ ของผม
ผมเรียกปู่ของเจ้าเจ๊คว่า เจ้าเฒ่าอาเบ ส่วนพ่อของเจ้าเจ๊คชื่อไอแซค
ทั้งเฒ่าอาเบกับไอแซคนั้นเดินตามผมอย่างสัตย์ซื่อและไม่เคยออกนอกลู่นอกทางเลย
แต่เจ้าเจ๊คน้อยจอมโกงตัวนี้ไม่ใช่ มันมักจะหายไปหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน
บางครั้งมันก็ออกไปหาหญ้าที่เขียวชอุ่มกว่ากิน และในเวลาอื่นผมก็พบว่ามันกำลังไล่ตามผีเสื้อ
มันไม่เคยตระหนักถึงอันตราย แต่ผมก็เข้าใจมันดี ดังนั้นผมจึงต้องลงมือทำบางสิ่ง
พวกเราผู้เลี้ยงแกะจะพัฒนาวิธีการหนึ่งซึ่งจะป้องกันการชอบเตร่ออกนอกทางของแกะ
วิธีการนี้ถูกใช้เป็นวิธีสุดท้าย นั่นคือเมื่อแกะตัวใดตัวหนึ่งปฏิเสธที่จะอยู่กับฝูง

ครั้งสุดท้ายที่ผมจับได้ว่าเจ้าเจ๊คเตร่ออกนอกทาง ผมจึงใช้วิธีการนี้กับมัน
พวกคุณต้องคิดว่าวิธีนี้โหดร้าย แต่มันก็จะรักษาชีวิตแกะของผมได้
ตอนสิ้นสุดวันที่ผมพบว่าเจ้าเจ๊คน้อยเถลไถลเตร็ดเตร่ไปยังทางแคบที่สูงชันระหว่างเขานั้น
ผมก็ไปนำมันออกมาแล้วแบกมันไว้บนไหล่พากลับคอก มันไม่ดิ้นรนขัดขืน
มันเพียงแต่มองผมด้วยสายตายที่เต็มไปด้วยความเชื่อวางใจ
ผมจับมันนั่งลงแล้วผมก็จับขาขวาหน้าของมันวางไว้บนไม้เท้าของผม
แล้วด้วยการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพียงครั้งเดียว
ผมก็ดึงกระดูกยาวตรงขาข้างนั้นของมันลงมาแล้วหักเสีย
เจ้าเจ๊คดิ้นรนเพื่อจะหนีขณะมองผมด้วยดวงตากลมโต ทันใดนั้นมันก็ล้มลงบนพื้นด้วยความเจ็บปวด
มันไม่เข้าใจว่า ทำไมคนที่หาน้ำหาอาหารให้มันกินและคอยช่วยเหลือมันให้พ้นจากภยันตราย
คนที่มันไว้วางใจคนนี้ทำให้มันเจ็บปวดทุกข์ทรมานอย่างที่สุดที่มันเคยประสบ
ผมไม่อยากทำอย่างนั้นหรอกแต่ก็จำเป็นต้องทำเพื่อจะรักษาชีวิตของมันไว้   

สองสามวันต่อมาเจ้าเจ๊ค น้อยก็ลุกขึ้นได้
ขณะที่ฝูงแกะเคลื่อนย้ายจากทุ่งหญ้าหนึ่งไปอีกทุ่งหญ้าหนึ่ง
ผมก็แบกมันไปตลอดทาง
ในช่วงวันเหล่านั้น ผมอยู่ใกล้ชิดมันตลอดเวลา
มันเจ็บปวดทุกข์ทนเพราะขาหัก
แต่ขณะเดียวกันผมก็อุ้มมันไว้ใกล้หัวใจผม
ผมวางมันลงเพื่อให้มันกินหญ้ากินน้ำ
มันค่อยๆ กลับมาเดินได้อีกครั้ง
แต่คราวนี้ หุบเขาที่เตี้ยที่สุดก็ดูเหมือนภูเขามหึมาสำหรับมัน
และลำธารที่ตื้นเขินที่สุดก็เสมือนแม่น้ำอันกว้างใหญ่
เมื่อใดก็ตามที่มันเผชิญกับอุปสรรค สิ่งที่มันทำก็คือหยุดเดินและมองมาที่ผม
จากนั้นผมก็จะอุ้มมันขึ้น
และช่วยมันข้ามพ้นอุปสรรคปัญหาเหล่านั้น
เจ๊คเรียนรู้ที่จะวางใจและเดินตาม ผมต้องหักขาของมันเพื่อช่วยชีวิตมัน
วิธีนี้ใช้ได้ผล ปัจจุบันนี้เจ้าเจ๊คยังคงอยู่กับผม
และก็เป็นแกะที่สัตย์ซื่อที่สุดตัวหนึ่งของผมด้วย

นี่เป็นวันหนึ่งในชีวิตของผู้เลี้ยงแกะ แม้ว่ามันจะไม่มีเสน่ห์ดึงดูดใจนัก
แต่มันก็เป็นการดำเนินชีวิตแบบหนึ่ง และแม้ว่าอาชีพของผมจะไร้เกียรติ
แต่มันก็ทำให้ผมอัศจรรย์ใจที่ว่า พระเจ้าทรงเปรียบพระองค์เองเหมือนผู้เลี้ยงแกะ
และทรงเปรียบประชากรของพระองค์เหมือนแกะ ผมเข้าใจความจริงข้อนี้ นั่นคือ
หลังจากที่พระองค์ทรงตอบสนองความต้องการของเราด้วยการจัดหาสิ่งจำเป็นในชีวิตให้เรา
ด้วยการทรงนำเราในแต่ละวันและปกป้องคุ้มครองเรา ผมก็เชื่อว่าเราจะพึงพอใจและสงบสุขเหมือนบรรดาแกะของผม
ถ้าเพียงแต่เราเรียนรู้ที่จะไว้วางใจและติดตามพระองค์ แม้ว่าเราจะไม่เข้าใจว่าพระองค์กำลังทรงนำเราไปทางไหน
หรือพระองค์กำลังทรงทำอะไรในชีวิตเรา เราก็ต้องไว้วางใจและติดตามพระองค์ไป แล้วเราก็จะได้รับความพึงพอใจ

ขอบคุณที่นั่งฟังผมเล่า ผมต้องกลับไปทำงานแล้วครับ
การเลี้ยงแกะเป็นงานที่ไม่มีวันจบสิ้นหรอกครับหากยังมีแกะอยู่ในโลก

สดุดี 23 “พระเจ้าทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าดุจเลี้ยงแกะ ข้าพเจ้าจะไม่ขัดสน
พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพเจ้านอนลงที่ทุ่งหญ้าเขียวสด
พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปริมน้ำแดนสงบ ทรงฟื้นจิตวิญญาณของข้าพเจ้า
พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปในทางชอบธรรม เพราะเห็นแก่พระนามของพระองค์
แม้ว่าข้าพระองค์จะเดินไปตามหุบเขาเงามัจจุราช ข้าพระองค์ไม่กลัวอันตรายใด ๆ
เพราะพระองค์ทรงสถิตกับข้าพระองค์ คทาและธารพระกรของพระองค์เล้าโลมข้าพระองค์
พระองค์ทรงเตรียมสำรับให้ข้าพระองค์ต่อหน้าต่อตาศัตรูของข้าพระองค์
พระองค์ทรงเจิมศีรษะข้าพระองค์ด้วยน้ำมัน ขันน้ำของข้าพระองค์ก็ล้นอยู่
แน่ทีเดียวที่ความดีและความรักมั่นคงจะติดตามข้าพเจ้าไปตลอดวันคืนชีวิตของข้าพเจ้า
และข้าพเจ้าจะอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้าสืบไปเป็นนิตย์ อาเมน.”

ข้อคิด :
หลายครั้งเราวิ่งหนีไปจากพระเจ้า ผู้เลี้ยงหรือศิษยาภิบาลทำอะไรไม่ได้ก็ต้องปล่อยให้ไปตามทางของเขา
และเมื่อเขาออกนอกร่มพระคุณของพระเจ้าไป ก็จะต้องเจอคำสาปแช่ง มารจึงสามารถเข้ามาทำร้ายเขาได้
แต่เมื่อเขาถูกทำร้าย ผลที่ตามมาก็คือหัวใจของเขาจะเปิดออก ทำให้เขาวิ่งกลับมาพึ่งผู้เลี้ยงที่ดีคือพระเยซู
และจะกลายเป็นแกะที่ดีและซื่อสัตย์ต่อพระองค์ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นผลดี

เพราะพระเจ้ารักเราจึงยอมให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น เพื่อว่าเราจะไม่พลาดไปจากทางไปสวรรค์ของพระองค์..


 

กลับหน้าแรก Previous 4 Next   หัวข้อทั้งหมดของบทความดีๆ

Contact Us ติดต่อเรา

แผนที่คริสตจักร

Address:  คริสตจักรธำรงชีวิต
                         537/1 ม.10 ต.นครสวรรค์ตก
                          อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 60000
Telephone:   056-313096
Moblie:  081-6127597
Pastor   083-1896557
E-mail:  sujinun_pu@hotmail.com

พูดคุยกับเราทาง FaceBook ได้ที่นี่ fb