goodstory

Good story

ผู้ที่เคลื่อนภูเขาที่แท้จริง

ผู้เคลื่อนภูเขาที่แท้จริง
ชายคนหนึ่งกำลังนอนหลับอยู่ในบ้านหลังน้อยของเขา ทันใดนั้นห้องของเขาก็สว่างวูบขึ้นมา
และพระเจ้าทรงปรากฏกับเขา พระองค์ทรงตรัสกับเขาว่า
ทรงมีพระราชกิจที่มอบหมายให้เขาทำ   โดยทรงสำแดงก้อนหินขนาดใหญ่ที่อยู่หน้าบ้านของเขานั้น
พระองค์ทรงให้เขาผลักดันก้อนหินนั้นออกไปด้วยเต็มกำลังของเขา

ชายคนนั้นได้ทำตามวันแล้ววันเล่า หลายปีตั้งแต่อาทิตย์ขึ้นจนอาทิตย์ตก
เขาได้ตรากตรำผลักดันก้อนหินอันเยือกเย็นนั้นด้วยไหล่ของเขาอย่างสุดกำลังและสัตย์ซื่อแต่มันก็ไม่ขยับเขยื้อนเลย
ทุกค่ำคืนเขาอิดโรยกลับมายังบ้านหลังน้อยด้วยความเจ็บปวด   รู้สึกเหมือนว่า...เขาได้ใช้เวลาทั้งวันอย่างสูญเปล่า
เมื่อเขากำลังจะหมดกำลังใจอยู่นั้น  ศัตรูของเขา(มารซาตาน)
ก็เข้ามาใส่ความคิดในใจที่อ่อนล้าของชายคนนั้น (มันทำแบบนี้เป็นประจำทุกครั้ง)

"เจ้าได้ทนผลักดันก้อนหินนี้มานานแล้วนะ แล้วมันก็ไม่เคลื่อนไปไหนเลยแม้แต่นิด”
มันสร้างภาพให้เห็น ว่างานที่เขาทำ มันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ และเขากำลังล้มเหลว
ด้วยความคิดแบบนี้ทำให้เขาท้อถอยและหมดกำลังใจ  ความมั่นใจก็ลดถอยลง
มารซาตานกล่าวว่า “ทำไมต้องมาทำร้ายตัวเองแบบนี้ด้วยนะ?  
เอาเป็นว่าใช้เวลากับมันเพียงเล็กน้อยและใช้กำลังนิดหน่อย แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วนะ”

และนั่นก็ตรงกับที่ชายผู้อ่อนล้าผู้นี้กำลังอยากจะทำ
แต่เขายังตัดสินใจไม่ลืมที่จะเอาเรื่องนี้อธิษฐานร้องทูลกับพระเจ้า
โดยบอกเรื่องความคิดที่ทำให้เขารู้สึกยากลำบากใจนี้กับพระองค์
“พระเจ้า ข้าพระองค์ได้ใช้สุดแรงของข้าพระองค์ในงานรับใช้ (ในการงาน)
ที่พระองค์มอบหมายให้เป็นเวลายาวนานแล้ว  
จนถึงเวลานี้ข้าพระองค์ยังไม่เห็นว่าหินก้อนนี้เคลื่อนไปได้สักมิลลิเมตรเดียว  
มีอะไรที่ผิดพลาดหรือเปล่า ทำไมข้าพระองค์จึงล้มเหลว?”

พระเจ้าทรงตอบเขาด้วยความรักและเห็นอกเห็นใจว่า
“ สหายเอ๋ย เมื่อเราขอให้เจ้ารับใช้เราและเจ้ายอมทำ  
เราได้บอกให้เจ้าใช้แรงสุดกำลังในการผลักดันก้อนหินนั้น ซึ่งเจ้าก็ได้ทำแล้ว”
“ไม่ได้มีสักครั้งที่เราเอ่ยว่า  เราคาดหวังว่าก้อนหินนั้นมันจะเคลื่อนออกไป
งานของเจ้าคือ แค่ผลักดันก้อนหินนั้น แต่ตอนนี้เจ้าเข้ามาหาเราด้วยความคิดของเจ้าว่า
เจ้าล้มเหลวสูญเปล่ากับการที่เจ้าได้ใช้กำลังไปนั้น” 

“แต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆหรือ? ลองมองดูตัวเจ้าเองสิ  แขนและหลังของเจ้ามีกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง
มือของเจ้าก็หนาและแกร่งขึ้นจากแรงกดอย่างสม่ำเสมอ  ขาของเจ้าก็ล่ำสันและแข็งแรง” 

“ในทางตรงกันข้ามกับที่เจ้าคิด
เจ้าได้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมากและความสามารถของเจ้าตอนนี้ก็มากกว่าที่เจ้าเคยมี   
จริงอยู่ที่เจ้าไม่สามารถเคลื่อนก้อนหินนั้นได้เลย  แต่การเรียกของเรา คือการให้เจ้าเชื่อฟัง ผลักดัน
ให้ใช้ความเชื่อ และไว้วางใจในสติปัญญาของเรา ซึ่งเจ้าก็ได้ทำไปแล้ว
ตอนนี้เราผู้เป็นสหายของเจ้า จะเคลื่อนหินผานั้นเอง”

ข้อคิด :
ในช่วงเวลาที่เราได้ยินพระสุรเสียงจากพระเจ้า
เรามีแนวโน้มที่จะใช้สติปัญญาที่จะพยายามตีความว่า พระองค์มีพระประสงค์อะไร  แต่แท้จริงแล้วพระองค์ทรงปรารถนาเพียงที่จะให้เราเชื่อฟังและใช้ความเชื่ออย่างง่ายๆ
***ทั้งหมดนี้หมายความว่า การใช้ความเชื่อนั้นสามารถเคลื่อนภูเขาได้
แต่เราต้องรู้ว่า  ผู้ที่เคลื่อนภูเขาที่แท้จริงคือพระเจ้า

เมื่อไรก็ตามที่ทุกอย่างดูเหมือนจะไม่ถูกต้อง  เราต้อง P.U.S.H.
เมื่อไรก็ตามที่งานทำให้คุณรู้สึกอ่อนล้า เราต้อง P.U.S.H.
เมื่อไรก็ตามที่คนไม่ทำอย่างที่เราคิดว่าเขาควรจะทำ   เราต้อง P.U.S.H.
เมื่อไรก็ตามที่คุณไม่มีเงินเลย แต่ค่าใช้จ่ายต่างๆก็รอการชำระอยู่ เราต้อง P.U.S.H.
เมื่อไรก็ตามที่คนไม่เข้าใจคุณ  เราต้อง P.U.S.H.

**P = Pray**     **U = Until**     **S = Something**      **H = Happens*

อธิษฐาน จนกว่า  จะมีบางสิ่ง เกิดขึ้น

 

กลับหน้าแรก Previous 5 Next   หัวข้อทั้งหมดของบทความดีๆ

Contact Us ติดต่อเรา

แผนที่คริสตจักร

Address:  คริสตจักรธำรงชีวิต
                         537/1 ม.10 ต.นครสวรรค์ตก
                          อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 60000
Telephone:   056-313096
Moblie:  081-6127597
Pastor   083-1896557
E-mail:  sujinun_pu@hotmail.com

พูดคุยกับเราทาง FaceBook ได้ที่นี่ fb