goodstory

Good story

มุมมองที่แตกต่าง

มุมมองที่แตกต่าง

เจ็ดโมงเช้าของวันจันทร์ หลังจากที่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก แซมรีบลุกขึ้นจากเตียง อาบน้ำ แปรงฟัน และแต่งตัวตามปกติเขาสวมเสื้อเชิ้ตที่รีดอย่างดี ผูกเน็คไทสีเรียบร้อย และสวมเสื้อสูทสีดำ แซมมักจะแต่งตัวดีไปทำงานอยู่เสมอเพราะงานที่เขาทำนั้น ทำให้เขาต้องพบปะผู้คนมากมาย

เมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เขาหยิบกุญแจรถ เดินออกจากบ้าน และขึ้นรถด้วยความรวดเร็ว “บรื้น” เสียงสตาร์ทรถเก๋งคันใหญ่ แซมเข้าเกียร์ถอยหลังเพื่อเตรียมถอยรถออกจากบ้าน เขามองกระจกหลังและเหยียบคันเร่ง รถคันใหญ่กำลังเคลื่อนออกจากที่จอดรถหน้าบ้าน “เอี๊ย...ด” แซมหยุดรถด้วยความตกใจ ขณะที่เด็กชายเพียงแค่เงยหน้ามองท้ายรถของแซมแวบหนึ่งและเดินก้มหน้าอ่านหนังสือการ์ตูนต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แซมส่ายหัวพร้อมกับคิดในใจว่า “ทุกวันเลย ถอยรถทีไรต้องเจอทุกที ไม่มีที่อื่นจะเดินรึไง สงสัยต้องคุยกับพ่อแม่เด็กซะแล้ว”

รถคันใหญ่ถูกถอยออกจากบ้าน ไม่ทันจะพ้นซอยแซมก็ต้องชะลอรถเพราะรถด้านหน้าถัดไปสองสามคันเป็นซาเล้งของอาแป๊ะ
ที่กำลังค่อยๆ ถีบออกจากซอย แซมถอนหายใจ “ไม่รู้รึไงว่าคนเค้าต้องรีบไปทำมาหากิน ถีบให้มันเร็วๆ หน่อยไม่ได้รึไง หรือไม่ก็ไปซื้อมอเตอร์ไซค์มาแทนก็ได้”


แซมแวะร้านกาแฟในปั้มน้ำมันที่เขาแวะเป็นประจำทุกวัน “ตรงนั้นว่างพอดี” เขาเห็นที่จอดรถว่างด้านหน้าร้าน แซมตั้งใจเตรียมถอยหลังเข้าช่องจอดรถ แต่ยังไม่ทันจะเอารถเข้าจอด รถสีแดงคันหนึ่งก็เข้ามาจอดตรงที่ว่างนั้นทันที “โห..นี่ไม่เห็นว่าผมอยู่ตรงนี้เลยรึไง ผมกำลังจะเข้าจอดก่อนคุณนะ เฮ้อ..จอดที่อื่นก็ได้” แซมจึงต้องจอดรถในที่ไกลออกไป ผู้หญิงผมสั้นแต่งตัวทันสมัยถือกระเป๋าใบสวยก้าวออกจากรถสีแดงคันนั้น “อ๋อ..ผู้หญิงคนนี้เอง สงสัยเป็นลูกเจ้าของปั้ม เชอะ..อยากจอดก็จอดไปเถอะ”

“โห..นี่มันอะไรกันนักกันหนา” ร้านกาแฟเต็มไปด้วยลูกค้า แซมต้องรอคิวที่มีอีก 5-6คนรออยู่
สี่นาที ยี่สิบวินาทีผ่านไป แซมดูนาฬิกา “เฮ้อ..ถึงตาเราซะที”...“รับอะไรดีครับ” พนักงานร้านกาแฟถาม ขณะที่แซมกำลังตัดสินใจว่าจะสั่งอะไรดี ก็มีเสียงดังขึ้น “น้อง ขอเพิ่มคุกกี้ชิ้นนึงดิ” ผู้ชายเสื้อดำแทรกเข้ามาอยู่หน้าแซม พนักงานรีบรับคำและหันไปเตรียมคุกกี้ให้เขาทันที “ไม่มีวัฒนธรรมเอาซะเลย ครูที่โรงเรียนไม่ได้สอนรึไง” แซมบ่น
คุกกี้ถูกส่งให้คนแซงคิวเรียบร้อย แซมจึงสามารถสั่งรายการของเขาได้

“ขอ..กาแฟลาเต้แก้วนึง”“ห้าสิบบาทครับ”แซมส่งเงินให้พนักงานร้านกาแฟ พนักงานรับและทอนเงินเรียบร้อย เขาหันหลังไปที่เครื่องทำกาแฟ และหันกลับมาบอกแซมว่า “รอสักครู่นะครับ พอดีนมสดหมด เดี๋ยวให้คนไปเอาที่หลังร้าน”
แซมรู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เขาเดินไปนั่งที่มุมหนึ่งของร้าน ด้วยท่าทางฟึดฟัด ส่ายหัวไปมาด้วยความหงุดหงิดขณะที่เขาก้มหน้าลงถอนหายใจเฮือกใหญ่


รองเท้าคู่ใหญ่ขัดเงาก็ก้าวเข้ามาอยู่ต่อหน้า แซมเงยหน้าขึ้น เขาเห็นชายร่างใหญ่ผิวเข้มสวมชุดสูทสีเทาดำยืนนิ่งอยู่ต่อหน้า
“มีอะไร” แซมถาม? ชายร่างใหญ่ไม่ตอบอะไร เขาค่อยๆ เอามือล้วงเข้าไปในเสื้อสูท แล้วหยิบกล่องหนังสีดำสีเหลี่ยมขนาดเท่าฝ่ามือออกมาส่งให้แซม บนกล่องมีตัวหนังสือสีขาวเขียนไว้ แซมรับกล่องหนังสีดำมา เขาให้ความสนใจกับตัวหนังสือที่อยู่บนกล่อง แต่ไม่เข้าใจความหมายของมัน ด้วยความสงสัยเขาจึงถามว่า “นี่มันอะไรหนะ” แต่ไม่มีคำตอบ เพราะเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นชายร่างใหญ่ผิวเข้มสวมชุดสูทสีเทาดำก็หายตัวไปซะแล้ว
แซมมองไปทางซ้ายและขวาเพื่อหาชายร่างใหญ่คนนั้น แต่ก็ไม่พบ


เขาเปิดกล่องออกดูแล้วพบว่ามีแว่นสายตากรอบสีเงินอยู่ข้างในกล่องนั้น แซมหยิบแว่นตาขึ้น กางขาแว่นออก และสวมกับเข้ากับใบหน้าของเขา เขาดูเหมือนคนสายตาสั้นที่ต้องสวมแว่นทั่วๆไป แต่ทันใดนั้นสิ่งที่เขาเห็นกลับแตกต่างออกไป
แซมแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เขามองผ่านแว่นไปยังผู้คนที่อยู่ในร้าน แต่ละคนมีบอลลูนคำพูดสีขาวอยู่เหนือหัว และมีตัวหนังสือที่มองเห็นลางๆ อยู่ในบอลลูนคำพูดนั้นด้วย


เขามองไปยังผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งเหม่ออยู่ริมหน้าต่าง บอลลูนคำพูดก็ใหญ่ขึ้น เขาจึงมองเห็นตัวหนังสือได้อย่างชัดเจน บอลลูนนั้นเขียนว่า “ฉันไม่เคยมีเพื่อนแท้เลย”

แซมมองไปยังผู้หญิงที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โซฟากลางร้าน บอลลูนของผู้หญิงคนนั้นเขียนว่า “ทะเลาะกับสามีอีกแล้ว” หญิงรูปร่างใหญ่ก็มีบอลลูนของตนเอง “ไม่อยากแต่งงานเพราะกลัวปวดใจ”

ชายวัยกลางคนผูกเน็คไทที่กำลังนั่งพูดคุยอยู่กับลูกด้วยรอยยิ้มก็มีบอลลูน “เพิ่งตกงานจะบอกลูกยังไงดี” 

ขณะที่แซมกำลังมองบอลลูนของผู้คนในร้าน พนักงานก็ถือกาแฟลาเต้ที่เขาสั่งไว้มาจะเสิร์ฟให้ บอลลูนของพนักงานร้านกาแฟก็ขยับตามตัวพนักงานมาด้วย “ฉันต้องเลิกยาเสพติดให้ได้”

ยังไม่ทันรับกาแฟจากพนักงาน แซมก็รีบลุกออกไปจากร้าน “นี่มันอะไรกันนี่”เขาผลักประตูร้านออกไป เกือบชนหญิงสาวที่มือหนึ่งจูงลูกชายคนโตและอีกมือหนึ่งกำลังอุ้มลูกชายคนเล็ก เธอรีบกล่าวขอโทษแซม แซมจึงหยุดและสังเกตเห็นบอลลูนของหญิงสาวคนนั้น “เหนื่อยจัง ต้องทำงานออฟฟิตและยังต้องขายของวันหยุดเพื่อเลี้ยงลูกสองคน”

ในเวลาเดียวกันชายร่างท้วมไว้หนวดเคราเดินสวนมาพอดี บอลลูนของเขาบอกว่า “ใครก็ได้ช่วยกอดฉันที”

ผู้หญิงผมสั้นซึ่งเป็นเจ้าของรถคันสีแดง ที่แซมได้พบก่อนจะเข้ามาในร้านกาแฟ เดินกลับมาที่รถพอดี แซมสังเกตเห็นบอลลูนของเธอมีคำว่า “แม่ของฉันกำลังจะตายเพราะโรคมะเร็ง”


แซมรู้สึกตกใจกับสิ่งที่เขาเห็นเป็นอย่างมาก เขารีบขึ้นรถและขับออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีเวลาแม้แต่จะถอดแว่นตานั้นออก “หนีออกจากบ้านมาสามวันแล้ว” บอลลูนของเด็กผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างทางเด่นชัดขึ้นจนแซมต้องเหลียวไปมอง และเขายังเห็นบอลลูนของคนอีกมากมาย บ้างก็บอกว่า “อยากเรียนต่อแต่ไม่มีเงิน”... “เขาไม่รักฉันแล้ว”… “ฉันไม่มีความหมาย”...

เมื่อแซมกลับถึงบ้าน เขาก้าวออกจากรถด้วยความรู้สึกปลอดภัย แซมรีบถอดแว่นตาออก ขณะที่แซมกำลังจะเก็บแว่นตาลงในกล่องหนังสีดำที่มีตัวหนังสือสีขาวเขียนไว้นั้น เด็กชายที่อ่านหนังสือการ์ตูนคนนั้นเดินผ่านหน้าบ้านของเขาเป็นครั้งที่สองเด็กชายเงยหน้าขึ้นมองแซม และก้มหน้าเดินอ่านหนังสือการ์ตูนต่อไปเหมือนทุกๆ ครั้งแต่ครั้งนี้...

แซมรีบหยิบแว่นตาขึ้นมาสวมอีกครั้งก่อนที่เด็กคนนั้นจะผ่านไป บอลลูนคำพูดก็ปรากฏขึ้น “ไม่มีใครสนใจฉันเลย” แซมไม่รีรอ เขารีบทักทายเด็กคนนั้นด้วยน้ำเสียงที่สดใสและอบอุ่น.... “อ่านอะไรอยู่หนะ ขอพี่อ่านด้วยคนได้ไหม” แล้วแซมเดินเข้าไปหาเด็กชายคนนั้นแล้วตบที่ไหล่เด็กชายเบาๆ


 

กลับหน้าแรก Previous 11 Next   หัวข้อทั้งหมดของบทความดีๆ

Contact Us ติดต่อเรา

แผนที่คริสตจักร

Address:  คริสตจักรธำรงชีวิต
                         537/1 ม.10 ต.นครสวรรค์ตก
                          อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 60000
Telephone:   056-313096
Moblie:  081-6127597
Pastor   083-1896557
E-mail:  sujinun_pu@hotmail.com

พูดคุยกับเราทาง FaceBook ได้ที่นี่ fb