goodstory

Good story

เจ้ารักเราหรือ ?

วันหนึ่งฉันตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เพื่อดูดวงอาทิตย์ขึ้น
สิ่งที่พระเจ้าสร้างช่างสวยงามเกินบรรยาย
ในขณะที่ฉันมองอยู่นั้น ฉันสรรเสริญพระเจ้า สำหรับสิ่งสวยงามที่พระองค์ทำ
แล้วขณะที่ฉันนั่งอยู่นั้น ฉันก็รู้สึกว่าพระเจ้าทรงอยู่กับฉันด้วย

พระองค์ถามฉันว่า “เจ้ารักเราหรือ”
ฉันตอบว่า “แน่นอน พระเจ้า พระองค์เป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ เป็นผู้ช่วยให้รอดของข้าพระองค์”

แล้วพระองค์ก็ถามว่า “ถ้าร่างกายของเจ้าพิการล่ะ เจ้ายังจะรักเราหรือไม่ ?”
ฉันรู้สึกงง ฉันมองลงไปที่ แขน ,ขา และที่ร่างกายของฉัน และสงสัยถึงสิ่งต่างๆ
มากมายที่ฉันจะไม่สามารถทำได้ สิ่งที่ฉันมองข้ามไป
และฉันก็ตอบว่า “มันคงจะยากนะพระเจ้า แต่ข้าพระองค์จะยังรักพระองค์อยู่”

แล้วพระเจ้าก็พูดอีกว่า “ถ้าเจ้าตาบอดล่ะ เจ้าจะยังรักสิ่งที่เราสร้างหรือไม่ ?”
ฉันจะรักสิ่งต่างๆ โดยไม่เห็นมันได้อย่างไร?
แล้วฉันก็คิดถึงคนตาบอดมากมายในโลก และเขาเหล่านั้นยังรักพระเจ้า และสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง
แล้วฉันก็ตอบว่า “มันคงจะยากที่จะคิดถึงมัน แต่ข้าพระองค์ จะยังรักพระองค์”

แล้วพระเจ้าก็ถามฉันอีกว่า “ถ้าเจ้าหูหนวกล่ะ เจ้าจะยังฟังคำของเราหรือไม่ ?”
ฉันจะฟังสิ่งต่างๆ ได้อย่างไร ถ้าฉันหูหนวก ?
แล้วฉันก็เข้าใจว่า การฟังพระคำของพระเจ้า ไม่ได้ใช้เพียงหูของเรา แต่ใช้หัวใจด้วย
ฉันจึงตอบไปว่า “มันคงจะยาก แต่ข้าพระองค์จะฟังพระคำของพระองค์”

พระองค์ถามว่า “ถ้าเจ้าเป็นใบ้ล่ะ เจ้าจะยังสรรเสริญนามของเราหรือไม่ ?”
ฉันจะสรรเสริญพระองค์โดยไม่มีเสียงได้อย่างไร
แล้วก็ทำให้ฉันนึกขึ้นได้ว่า พระเจ้าต้องการให้เราร้องเพลงจากหัวใจและจิตวิญญาณ
ไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับเสียงของเรา และการสรรเสริญพระเจ้าไม่จำเป็นต้องเป็นเสียงเพลงเสมอไป
แต่เมื่อเราถูกข่มเหง เราก็สรรเสริญพระเจ้าได้ด้วยคำขอบคุณ
แล้วฉันก็ตอบว่า “ถึงข้าพระองค์จะไม่สามารถร้องเพลงได้ แต่ข้าพระองค์จะสรรเสริญพระนามของพระองค์”

และพระองค์ก็ถามว่า “เจ้ารักเราจริงหรือ”
ด้วยความกล้าหาญและการตัดสินใจที่แน่วแน่ ฉันตอบไปอย่างชัดเจนว่า
“ใช่แล้วพระเจ้า ข้าพระองค์รักพระองค์ เพราะพระองค์เป็นพระเจ้าองค์เดียว และเป็นพระเจ้าที่เที่ยงแท้”

ฉันคิดว่า ฉันตอบได้ดีแล้ว แต่... พระเจ้าถามว่า “แล้วทำไมเจ้าถึงทำบาปล่ะ?”
ฉันตอบว่า “ก็ข้าพระองค์เป็นเพียงมนุษย์ ข้าพระองค์ไม่ได้สมบูรณ์แบบ”


พระเจ้าตรัสอีกว่า “แล้วทำไมเวลาที่มีความสุขเจ้าถึงหลงไปจากทางของเรา?
แล้วทำไมเฉพาะเวลาที่มีความทุกข์เจ้าถึงอธิษฐานอย่างจริงจัง”

ไม่มีคำตอบ... มีเพียงน้ำตา

พระเจ้าตรัสต่อไปว่า

“ทำไมถึงร้องเพลงเวลาที่อยู่เป็นกลุ่มเท่านั้น แล้วเวลาที่อยู่คนเดียวล่ะ?
ทำไมถึงหาเราเฉพาะเวลาที่นมัสการ?
ทำไมถึงขอแต่สิ่งที่เห็นแก่ตัว ? ทำไมถึงขอแต่สิ่งที่ไม่ยั่งยืน ?”


น้ำตาก็ไหลลงมาอาบแก้มของฉัน

“ทำไมเจ้าจึงละอายเรื่องของเรา ? ทำไมไม่ประกาศข่าวประเสริฐออกไป ?
ทำไมเวลาที่ถูกข่มเหง เจ้าจึงร้องไห้กับคนอื่นๆ ในขณะที่เรายกบ่าของเราให้เจ้าร้องไห้ ?
ทำไมจึงหาข้อแก้ตัว เมื่อเราให้โอกาสเจ้ารับใช้ในนามของเรา ?”
ฉันพยายามจะตอบ แต่ไม่สามารถตอบได้
“เจ้าได้รับพรในชีวิต เราสร้างเจ้าไม่ได้ให้เจ้าละทิ้งของประทานออกไป
เราได้อวยพรเจ้าให้มีความสามารถที่จะรับใช้เรา แต่เจ้าก็ยังหันเหไป
เราได้สำแดงพระคำของเราแก่เจ้า แต่เจ้าก็ไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์
เราได้พูดกับเจ้า แต่หูของเจ้าก็ปิด
เราสำแดงพระพรของเราแก่เจ้า แต่เจ้าก็หันตาของเจ้าไปทางอื่น
เราได้ส่งผู้รับใช้ไปให้เจ้า แต่เจ้าก็นั่งเฉยๆ ไม่ทำอะไร จนพวกเขาถูกดึงออกไป
เราได้ยินคำอธิษฐานของเจ้า และเราตอบทุกคำ”
“เจ้ารักเราจริงๆ หรือ”

ฉันไม่สามารถตอบได้ ฉันจะตอบได้อย่างไร
ฉันรู้สึกอึกอัก ฉันไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ฉันจะบอกว่าอย่างไร ?
เมื่อหัวใจของฉันร้องไห้ และน้ำตาก็ไหลออกมา
ฉันพูดว่า “โปรดให้อภัยข้าพระองค์ด้วยพระเจ้า ข้าพระองค์ไม่ดีพอที่จะเป็นลูกของพระองค์”

พระองค์ตอบว่า “นั่นเป็นพระคุณของเรา ลูกเอ๋ย”
ฉันถามต่อไปว่า “แล้วทำไมพระองค์ยังสามารถให้อภัยข้าพระองค์ได้อีก? ทำไมยังรักข้าพระองค์ได้อีก?”

พระองค์ตอบว่า “เพราะว่าเจ้าเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา เจ้าเป็นลูกของเรา เราไม่เคยทอดทิ้งเจ้าไปไกลเลย

เมื่อเจ้าร้องไห้ เราก็จะเข้าใจและร้องไห้กับเจ้า
เมื่อเจ้าร้องตะโกนด้วยความชื่นชมยินดี
เราก็จะหัวเราะไปกับเจ้าด้วย
เมื่อเจ้าล้ม เราก็จะหนุนกำลังเจ้า
เมื่อเจ้าตกต่ำ เราก็จะยกเจ้าขึ้น
เมื่อเจ้าเหนื่อย เราก็จะอุ้มเจ้าไว้
เราจะอยู่กับเจ้าจนถึงวันสุดท้าย และเราจะรักเจ้าตลอดไป”
ไม่เคยมีครั้งไหนที่ฉันร้องไห้หนักเท่านี้มาก่อน
ฉันเย็นชาอย่างนี้ได้อย่างไร?
ฉันทำให้พระเจ้าเจ็บปวดอย่างที่ฉันทำได้อย่างไร?

ฉันถามพระเจ้าว่า “พระองค์รักข้าพระองค์มากเท่าใด? ”
พระองค์ทรงกางแขนออก
และฉันก็เห็นรอยตะปูบนมือของพระองค์
ฉันก้มลงแทบพระบาทของพระคริสต์ พระผู้ช่วยให้รอด
และเป็นเวลาแรกที่ฉันอธิษฐานอย่างจริงจัง

อย่าเพียงแค่อ่านเรื่องนี้ แล้วลืมมัน ให้ใช้ในชีวิตของคุณด้วย ให้พระเจ้าอยู่ในชีวิตของคุณ  จำไว้ว่า พระเจ้ารักคุณเสมอ..
________________________________________________________________________________
เอเฟซัส 5:1-2 “เหตุฉะนั้นท่านจงเลียนแบบของพระเจ้า ให้สมกับเป็นบุตรที่รัก และจงดำเนินชีวิตในความรัก เหมือนดังที่พระคริสต์ได้ทรงรักเราทั้งหลาย และทรงประทานพระองค์เองเพื่อเรา ให้เป็นเครื่องถวายและเครื่องบูชาอันเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า”

พี่น้องที่รัก พระเจ้าสร้างคุณมาด้วยจุดประสงค์ ด้วยแผนงานที่ล้ำเลิศ เพื่อเป็นบุตรสุดที่รัก ระลึกไว้เสมอ คริสเตียน คือ เป็นเหมือนพระเยซูคริสต์ พระองค์เป็นอย่างไรคุณก็เป็นเช่นนั้นได้แน่นอน ติดสนิทกับพระองค์ อ่านพระคำ อธิษฐาน นมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง และเดินตามการทรงนำของพระองค์ มีชีวิตเพื่อโลกที่หลงหาย...เพราะรู้ว่า
ทางเดียว-พระเยซู, งานเดียว-ประกาศ

ทำส่วนของคุณให้ดีที่สุด แล้วพระเจ้าจะช่วยเหลือคุณในทุก ๆ ทาง วางใจในพระองค์ กลับใจจากสิ่งเก่าก่อน ด้วยความช่วยเหลือของพระเยซู คุณจะผ่านมันไปได้ แล้วลุกขึ้นเถิด ฉายแสงของพระองค์ เป็นคนงานในยุคสุดท้ายที่พระองค์ทรงใช้ได้ พระองค์กำลังพึ่งพาคุณ และปรารถนาจะร่วมงานกับคุณ เวลานั้นก็สั้นนัก

พระองค์จะกลับมา เร็วกว่าที่เราคิด แล้วคุณจะพูดได้เต็มปากว่า
“Baruch Ha Ba B'Shem Adonai”
“มา มาเถิด ขอเชิญเสด็จมาเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้า จอมเจ้านาย”

กลับหน้าแรก Previous 13 Next   หัวข้อทั้งหมดของบทความดีๆ

Contact Us ติดต่อเรา

แผนที่คริสตจักร

Address:  คริสตจักรธำรงชีวิต
                         537/1 ม.10 ต.นครสวรรค์ตก
                          อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 60000
Telephone:   056-313096
Moblie:  081-6127597
Pastor   083-1896557
E-mail:  sujinun_pu@hotmail.com

พูดคุยกับเราทาง FaceBook ได้ที่นี่ fb